.

. 

หกโมงครึ่งเราก็ลืมตาตื่นกันแทบครบคนแล้ว ทั้งที่ถ้าอยู่บ้านคงยังนอนอุตุ

อากาศบนลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ากำลังดี ฉันผ่านคืนแรกสบาย ๆ  จะไม่สบายอยู่บ้างก็เพราะเต็นท์ตั้งบนที่ลาด ตื่นเช้าขึ้นมาทุกคนก็แทบจะมากองรวมกันอยู่ด้านเดียว (ซึ่งเป็นด้านที่ฉันนอน)

เพื่อนเต็นท์ติดกันส่งเสียงกรนสนั่นหวั่นไหวมาตั้งแต่เมื่อคืน จนเพื่อนคนอื่นต้องพยายามปลุกให้ลุกขึ้นเสียที ก็อายเต็นท์อื่นเขา

วันนี้เรานัดเจ้าหน้าที่อุทยานไว้ มีแผนจะไปน้ำตกหมันแดง ต้องนั่งรถไปจากที่ทำการอุทยานประมาณสิบกว่ากิโล แล้วเดินเท้าเข้าป่าไปอีก 3.5 กิโล

.

.

เรากันเวลาทั้งวันให้การเดินป่าครั้งนี้ กะกินมื้อกลางวันที่น้ำตก กลับออกมาบ่ายแก่ ๆ

พี่ผู้เดินป่าเป็นนิจบอกฉันก่อนมาว่าเส้นทางไปน้ำตกหมันแดงนั้นทากชุมและทางลื่น

เจ้าหน้าที่บอกว่า ทากเป็นเส้นขนมจีนทีเดียว วัยรุ่นกลุ่มเมื่อวานเดินไปถึงแค่ชั้นสาม (น้ำตกมีเก้าชั้น) ก็ถอยทัพกลับเพราะดึงทากไม่ไหว

เราไม่มีถุงกันทาก เลยทำได้แค่ใช้วิธีบ้าน ๆ คือดึงถุงเท้าขึ้นมาคลุมกางเกงขายาว แล้วพกยาฉีดกันยุงบ้าง น้ำมันมวยบ้าง รวมถึงเกลือแกงไว้ขับไล่ทาก

มาถึงจุดเริ่มเดินไปน้ำตก เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอยู่คนเดียวหายตัวไปกับนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มแล้ว เราพยายามตามไปให้ทัน เมื่อผ่านปากทางเข้าเล็ก ๆ  ริมถนนแล้วก็เหมือนหลุดเข้าสู่อีกโลก

.

.    

.

ทางเดินขนาดเล็กปูใบไม้ ทุกด้านโอบล้อมด้วยป่าใหญ่ มีไม้ล้มขวางทางให้ต้องก้าวข้ามบ้างเป็นระยะ

เรารีบจ้ำในช่วงแรกเพราะหวั่นทาก และอยากให้ทันกลุ่มที่นำไป แต่จนแล้วจนรอด ก็เหมือนเราสิบคนต้องเดินลำพัง

.

.

.

เราทั้งสิบที่ใหม่กับป่าทั้งนั้น

ฉันเคยเดินป่าจริงจังครั้งหนึ่งสมัยมัธยมปลาย (นั่นก็ราวสิบปีมาแล้ว) นอกจากนั้นเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งนาน ๆ จะได้เดินที นี่เลยถือเป็นครั้งที่สองก็ว่าได้

ครั้งที่สองของการเดินป่า แต่เป็นครั้งแรกของการเดินป่าหน้าฝน

.

.

อากาศชื้น ยิ่งเดินลึกเข้าไปหมอกก็ยิ่งลงหนา ทางบางช่วงคลุมเครือ เหมือนต้องเลือกว่าจะเดินซ้ายหรือขวาดี ไม่รู้เพื่อนคนอื่นคิดยังไง แต่ฉันยังรู้สึกดีมากกว่าจะกังวล แหงนมองต้นไม้สูงคอตั้งบ่าแล้วนึกอยากบอกรัก

.

.

เราเดินลงเขาลูกแรกสู่ธารน้ำ แล้วปีนทางชันน้อย ๆ สู่เขาอีกลูก

.

.

แล้วทางราบก็จากเราไป

กลางป่าที่ทึบขึ้นเรื่อย ๆ  อยู่ ๆ ก็มีป้ายระวังลื่นโผล่ขึ้นมา ป้ายพร้อมภาพวาดสวยงาม แล้วถัดจากป้ายก็เป็นทางดิ่งชนิดที่ระวังแค่ไหนก็ต้องลื่นล้มสักครั้ง

ฝนเริ่มพรำ ทางดินเริ่มกลายเป็นโคลน แต่ไม่ยอมกลายเป็นทางราบเสียที ตอนนั้นเรื่องทากเป็นเรื่องรอง ถ้าลงนั่งได้ก็ขอนั่งถัดลงไปดีกว่า

สักพักเราก็เจออีกป้าย เป็นป้ายระวังลื่นเหมือนเดิม

ตามด้วยทางดิ่ง...เหมือนเดิม

สงสัยอยู่เหมือนกันว่าป้ายนี้ช่วยอะไรได้บ้างนอกจากทำให้เราหวั่นใจ แต่ก็คิดในแง่ดีว่า อย่างน้อยเราก็มาถูกทาง และคงมีใครเป็นห่วงเราอยู่บ้าง(ละมั้ง)

.

.

ทางโคลนดินแดงทอดยาวสู่หุบเขาแบบไม่จบสิ้น ป่าใกล้ชิดเรา แต่ไม่มีไม้มากต้นให้เป็นหลักยึดได้นัก ฝนลงหนักขึ้นทุกทีที่เราเดินลงไป ฉันนึกอยากโยนขาตั้งกล้องทิ้งเสียตรงนั้น ใจนึกหวั่น จินตนาการถึงภาพการก้าวพลาดตกเหว ยิ่งนึกยิ่งกลัว ยิ่งกลัวขาก็ยิ่งเกร็ง สุดท้ายก็แทบหมดแรงก้าว

กลุ่มที่นำเราไปก่อนนั้นไม่ต้องพูดถึง...ไร้วี่แวว

.

เมื่อราวเกือบเที่ยงวัน เราก็ถอยกลับ ขณะเดินมาได้ประมาณสองสามชั่วโมง โดยไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของเส้นทาง

.

.

การก้าวลงทางดิ่งนั้นยาก

การก้าวขึ้นก็ยากในอีกรูปแบบหนึ่ง

จากที่เคยนั่งถัดในขาลง ขาขึ้น ถ้าคลานได้ฉันก็คลาน ถึงจะมีทากกระดืบอยู่บนดินแดง ๆ นั่น ก็ขอคลานเอาชีวิตรอดไว้ก่อน

ป้ายระวังลื่นตอนนี้กลายมาเป็นหมุดหมายขางเรา

เจอป้ายแรกเราคลายใจลงกึ่งหนึ่ง

พอเพื่อนหัวแถวร้องบอกว่าเจอป้ายสุดท้ายแล้ว เราก็ดีใจราวกับไปถึงน้ำตก

กลับออกมาพร้อมสภาพสะบักสะบอม ฉันมีทากยักษ์ติดเท้ามาหนึ่งตัว

ทุกคนโดนกันไปคนละแผลสองแผล หรือสาม หรือสี่

เลือดไหลไม่หยุด ข้นคลั่กราวกับเจออุบัติเหตุร้ายแรงกันมา

เราคุยกันว่า อย่าได้บอกใครเชียวว่าไปไม่ถึงน้ำตก (แต่สภาพทรุดโทรมขนาดนี้) รู้ถึงไหนอายถึงนั่น

แต่สุดท้ายพอพี่ร้านอาหารในอุทยานถาม เราอึกอักได้ไม่นานก็บอกความจริงอยู่ดี

พี่บอกว่าดีแล้วล่ะ ควรมีเจ้าหน้าที่ ยิ่งลึกเข้าไปป่าจะยิ่งเป็นป่า ต้องถางทางเข้าไป แล้วเราอาจหลงได้ง่าย ๆ

.

.

.

(ภาพแทบทั้งหมดถ่ายขากลับค่ะ ขาไปกังวลหลายเรื่องจนแทบไม่มีสติถ่ายภาพเลย - -")

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขออนุญาติ add นะครับผม
ชอบรูปแนวๆ ธรรมชาติอ่ะครับ
ภาพสวย สีสด ดีครับผม

ชอบบบบบบบ

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับconfused smile

#13 By appjit on 2009-11-19 12:26

ซูฮกในความกล้าและอึดครับ น่ากลัวแต่เชื่อว่าคุ้มค่า big smile

เมื่อดูจากจากภาพ (อันสวยงาม)แล้วรู้สึกว่าในบางความงาม เราก็ไม่ควรเตะต้องเนอะครับ big smile

#12 By Seam - C on 2009-11-16 16:10

เขียวชะอุ่ม ชุ่มฉ่ำ~ตาdouble wink

#11 By ♥ ช้างต้น on 2009-11-16 00:24

ว้าว งามจัง

#10 By M A R T Y N on 2009-11-15 21:33

เป็นป่าที่ชื้นจังเลยค่ะ..ว่าแต่มีทากป่าวคะ cry

#9 By Kiss The Rain on 2009-11-15 18:58

บรรยากาศในป่า....สุดยอดจริงๆ
เห็นแล้วอยากไปเดินมั่ง
ถึงแม้ว่ามันจะลำบากแค่ไหนก็ตาม
แต่ถ้ามีบรรยากาศข้างทางที่สวยขนาดนี้นะ....ยอมค่ะ

ชอบประโยคนี้จัง
"ทางเดินขนาดเล็กปูใบไม้ ทุกด้านโอบล้อมด้วยป่าใหญ่ มีไม้ล้มขวางทางให้ต้องก้าวข้ามบ้างเป็นระยะ"

big smile

#8 By I am Par. (LastLight) on 2009-11-15 17:34

^
^
มากมายค่ะ
ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น sad smile

#7 By มโนภาพ on 2009-11-15 13:34

เที่ยวป่าหน้าฝน

ชุ่มฉ่ำดีจังค่ะ


ทากเยอะมั้ยคะเนี่ย sad smile

#6 By Rhizopus ❤ on 2009-11-15 12:53

ที่ 5
(มาต่อให้)
คุณมิตร ชอบมาก ๆ ป่าหน้าฝน
เสี่ยงทาก แต่ก็ตื่นเต้นดี
ตอนนี้คุยกะเพื่อนว่าจะไปล้างตาหน่อย
อยากไปให้ถึงน้ำตกอะ

#5 By มโนภาพ on 2009-11-15 12:30

ที่ เท่าไหร่แล้ว..แต่อ่านเรื่องแล้วอยากบอกรักฝากไปถึงป่าอีกหนึ่งรัก..
เห็นภาพ..คนถ่ายอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดแห่งป่าหน้าฝน
ป่าที่อยากจะไปเห็นอีกหลายหนค่ะ..ฉ่ำใจจังค่ะ

ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ

#4 By มิตร on 2009-11-15 12:27

adventure มากกกกก ผมเคยไปป่าน้ำหนาว เคยหลงมาครั้งหนึ่ง กว่าจะออกมาได้เอาสะมืดเลยอะ

#3 By บันทึกปลายทาง (112.142.94.114) on 2009-11-15 12:24

ชอบรูปที่2cry
เหมือนต่างประเทศเลยค่ะ
ที่ ๑

#1 By มิตร on 2009-11-15 12:22

Tags