เชียงคาน

posted on 16 Jan 2010 15:56 by maneau-paab in Etc

.

.

ตลอดเวลาสามวัน เสาร์ อาทิตย์ จันทร์

เชียงคานมาหนาวเอาเช้าวันสุดท้าย พอให้คนกระหายความหนาวได้สมใจขึ้นมาวูบน้อย ๆ

เรียกว่าจังหวะเวลาไม่ลงตัวละมัง

.

พี่น้อยหุงข้าวเหนียวตักใส่กระติ๊บเสร็จแล้ว เราช่วยกันปูเสื่อรอพระ

คุณยายบ้านตรงข้ามนั่งรออยู่บนเก้าอี้เหมือนเช้าก่อนที่เราเห็น รู้มาว่าแกขาเจ็บ

คุณป้าบ้านใกล้นั่งสงบเงียบบนเสื่อ

นักท่องเที่ยวจะมากจะน้อย

หรือไม่มี

ชีวิตก็คงดำเนินไปในลักษณะนี้

.

.

.

.

.

.

.

.

.

หมองจางลอยเหนือถนนสายแคบขนาบด้วยเรือนแถวไม้พอให้เห็นลาง ๆ

เหนือน้ำโขงกรุ่นขาว

เรือแล่นไปมา บางลำมีคนหาปลา อีกบางลำใหญ่ ๆ ขนผู้คนสิ่งของสองฟากฝั่งไทยลาว

.

.

.

.

.

.

เช้าสะอาดใจ

ดอกไม้ชื้นน้ำค้าง โบกไหวเบา ๆ อยู่ริมทางเมื่อเด็กคนแล้วคนเล่าปั่นจักรยานผ่าน มุ่งหน้าสู่โรงเรียน

.

.

.

.

.

.

ถนนสายแคบของแถบตลาดเก่าเชียงคานไม่คึกคักในเช้าวันธรรมดา

เมื่อนักท่องเที่ยวผู้ผ่านทางจางตา

เมืองก็เหมือนได้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง

.

.

.

.

.

.

ประตูไม้บางบานยังหับเงียบ

บางบานแง้มเปิด

อีกบางบานถูกปรับปรุง

คงกลายเป็นเกสต์เฮาส์ ร้านขายของที่ระลึก หรืออะไร

สุดจะคาดเดา

.

เรากังวลกับการเปลี่ยนแปลงในบางที

และอีกบางที

กังวลจนเกินจำเป็น

ทั้งที่เราก็มักเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง มากบ้างน้อยบ้าง

เสมอ ๆ

.

.

.

.

.

.

ไม้ทุกแผ่นในเชียงคานถูกถ่ายรูปหมดแล้ว

บางคนที่นั่นพูดติดตลก

ภาพนักท่องเที่ยวยืนโพสต์ท่าถ่ายรูปกับประตูไม้บานเก่า

บานแล้วบานเล่า

กลายเป็นภาพหาดูง่าย

.

คิดมาคิดไปก็นึกขำ

คล้ายว่าเราต่างอยากเก็บอดีตสวยงามและเรียบง่ายไว้กับตัว

ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า

ขอแค่ชั่วครั้งชั่วคราว เท่านั้น

.

เพื่อนเก็บคำถามคาใจไปถามกับคุณยายเจ้าของโฮมสเตย์แห่งแรกในเชียงคาน

รู้สึกยังไงเวลาเห็นคนมายืนถ่ายรูปกับประตู

ยายตอบง่าย ๆ

คนเราชอบไม่เหมือนกัน

.

เพื่อนยิ้ม

ฉันยิ้ม

 

 

(ดูรูปเยอะ ๆ ได้ที่นี่ค่ะ http://ohnaam.multiply.com/photos/album/55/55)

 

 

 

 

สวัสดีปีใหม่

posted on 07 Jan 2010 23:24 by maneau-paab in Etc

 .

.

.

.

.

หายไปพักใหญ่

ช่วงที่ผ่านมารู้สึกเนือย ๆ ชอบกลค่ะ

เป็นปีที่ไม่ค่อยรู้สึกถึงการเข้าปีใหม่เท่าไหร่

คล้ายเป็นการเปลี่ยนผ่านของเวลาตามปกติ

แต่ความจริงมันก็เป็นแบบนั้น

เวลาผ่านมาอีกวัน อีกวัน และอีกวัน

รวมกันเป็นสัปดาห์ เดือน ปี

แล้วก็ผ่านไป

การตั้งตารอปีใหม่อาจเป็นหลักให้เริ่มต้นอะไรหลายอย่าง

แต่พอลองไม่รู้สึกกับมันมากนัก

ก็พยายามอยู่กับปัจจุบัน แต่ละวัน

วันขึ้นปีใหม่ผ่านไปแล้ว

หวังว่าคงยังไม่สายที่จะบอกสวัสดีปีใหม่นะคะ

ขอให้สุขกายสบายใจค่ะ

 

 

 

สดใหม่เสมอในความทรงจำ

posted on 28 Nov 2009 18:07 by maneau-paab in Etc

.

.

.

ได้ฤกษ์ทำสักทีค่ะ กับแท็กภาพประทับใจที่ชาวบ้านชาวช่องเค้าเลิกเล่นกันไปนานแล้ว ฮ่าๆๆๆ

รับแท็กนี้มาจากคุณมิตรค่ะ กติกาตามนี้

1.ให้นำภาพที่ประทับใจมาอวดหนึ่งภาพ

2.บอกชื่อภาพ สถานที่ และเหตุผลที่ประทับใจด้วย

3.อย่าช้า จะรออ่าน

4. อย่าลืม ส่ง Tags ให้ชาวบ้าน ในหมู่บ้าน Exteen ด้วยล่ะ

(ทำผิดกติกาข้อสามไปหนึ่งข้อ)

.

.

.

ความจริงแท็กนี้ยากเหมือนกัน อย่างว่าค่ะ หลายภาพมีเรื่องราวของมันเอง นั่งเปิดไฟล์ภาพดู มีหลายภาพที่ชอบและอีกหลายภาพที่ประทับใจ แต่หาไปหามา มาสะดุดที่ภาพนี้ซึ่งแปะอยู่บนบอร์ดหน้าโต๊ะตัวเอง

 

.

รูปนี้ไม่มีไฟล์ค่ะ ถ่ายด้วยกล้องฟิล์มสมัยเพิ่งเล่นกล้องใหม่ ๆ และกล้องดิจิตอลยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก(เก่ามาก ๆ)

ปี 2544 เช้าตรู่ที่จุดชมวิวกิ่วลมห้วยน้ำดัง

วันพระอาทิตย์ตื่นสายและไม่มีทะเลหมอก

แต่อากาศหนาวเย็น(ฉันใส่เสื้อสี่ชั้น)

.

ตอนนั้นฉันกับเพื่อนทั้งสองคนอยู่ปีสอง

ช่วงปิดกีฬามหาวิทยาลัย พี่หัวหน้าฝ่ายข้อมูลและถ่ายภาพของคณะชวนพวกเราซึ่งเป็นสตาฟไปเที่ยวกัน

ทริปเล็ก ๆ ที่มีเพื่อนร่วมทางหกคนกับระยะเวลาเดินทางหกวัน

.

ความจริงภาพนี้เป็นแค่ภาพหมู่ธรรมดา ๆ

แต่มันทำให้ฉันหวนคิดถึงเรื่องราวข้างหลังภาพนั้นซึ่งเต็มไปด้วยประสบการณ์ 'ครั้งแรก'

และอย่างที่ใคร ๆ เขาว่ากัน

อะไร ๆ ที่เป็นครั้งแรกมักแจ่มชัดเสมอในความทรงจำ

.

ตอนนั้นเราเปิดนิตยสารหลายต่อหลายเล่ม

หาข้อมูลไปอ.ปาย อำเภอเล็ก ๆ ในแม่ฮ่องสอนซึ่งเพิ่งเป็นที่รู้จัก

หาที่เที่ยวน่าสนใจแล้วขีด ๆ ไว้

หาที่พักน่าพักแล้วจด ๆ ไว้

ไม่มีตารางการเดินทาง ไม่มีการจองที่พัก

มีแค่ตั๋วรถไฟไปกลับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ให้พออุ่นใจนิดหน่อย

.

เพราะการเดินทางทุกครั้งก่อนหน้านั้นเป็นการเดินทางกับครอบครัว

หรือถ้าไปกับเพื่อน ที่ที่เราไปก็มักมีญาติหรือครอบครัวเพื่อนรอรับและพาเที่ยว

นั่นเลยเป็นการเดินทางเองครั้งแรก

เหมือนลูกนกที่เพิ่งลองกางปีกบินไกล

.

ครั้งแรกของการขึ้นรถไฟสายเหนือ

ถึงเชียงใหม่ก็เดินมึน ๆ แล้วเหมารถแดงไปห้วยน้ำดัง

กางเต็นต์ที่หอบไปเอง

หัวค่ำนั่งผิงไฟเตาถ่าน กินขนมปังปิ้งกับนมร้อน ๆ

นับดาวและหิ่งห้อยที่บินผ่านมา

ตกดึกนอนตากน้ำค้างที่หยดเข้ามาในเต็นต์เพราะกางกันผิดวิธี

ตื่นเช้าตรู่ตั้งแต่ตีสี่เพื่อเดินไปจุดชมวิวและไม่เจอทะเลหมอก

ก่อนอาศัยรถเจ้าหน้าที่ลงมารอรถเมล์ไปปายบนถนนภูเขาหน้าที่ทำการอุทยาน

.

ที่ปายเราเดินหาที่พักไปไกลจากเมืองสองกิโล

นั่งหอบแดดริมทุ่งกระเทียมข้างทางจนคุณลุงชาวบ้านต้องแวะมาถามว่า "พักที่ไหนเหรอหนู"

ก่อนบอกให้ใจชื้นว่า "อยู่หลังพุ่มไม้นั่นเอง"

สิบสองพันนา ที่พักที่เราสุ่มไปพักครั้งนั้นอยู่ริมน้ำปาย

ฉันยังคงกลับไปนั่งดื่มอดีตและดูความเปลี่ยนแปลงเสมอทุกครั้งที่ไปปาย

แม้จะไม่ได้กลับไปพักที่นั่นอีกแล้วก็ตาม

.

สามสี่วันที่ปาย เราห้าคนปั่นจักรยาน หนึ่งคนขี่มอเตอร์ไซค์

และกลายเป็นเจ้าถนนเพราะไม่ค่อยมีรถใหญ่ผ่าน

เช้าปั่นจักรยานตากหมอก

ดึกปั่นจักรยานตากลมหนาวและดาวเดือนกลับที่พักบนถนนมืดมิด

มีแค่ไฟท้ายรถมอเตอร์ไซด์เพื่อนส่องทาง

.

ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

นั่นเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ความทรงจำเหมือนเดิมเสมอ

.

ภาพนี้ใครถ่ายจำไม่ได้แล้วค่ะ

อาจเป็นพี่หัวหน้าฝ่ายหรือไม่ก็ตั้งกล้องถ่ายกันเอง

เพื่อนสองคน นอกจากเป็นเพื่อนร่วมทางในครั้งนั้น

ยังเป็นเพื่อนร่วมชีวิต

และยังออกเดินทางด้วยกันอยู่เรื่อย ๆ

.

ฉัน หลังจากออกเดินทางเองครั้งแรกนั้น

ก็ออกเดินทางอยู่เรื่อย ๆ

มีตั้งแต่ทริปใหญ่สิบกว่าคน

จนถึงทริปเล็กจิ๋วที่ลองเดินคนเดียว

.

แต่ไม่มีครั้งไหนเหมือนครั้งนั้น

ทุกครั้งที่มองภาพถ่าย

นอกจากบรรยากาศหนาว ๆ

และมิตรภาพอบอุ่น

ฉันเห็นหัวใจที่เป็นวัยรุ่น(แสดงว่าตอนนี้แก่แล้ว)

ที่พร้อมเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน ความไม่รู้

มีความดันทุรัง และถึงแม้จะไม่มาก ก็มีความบ้าบิ่นอยู่ด้วย

.

ยิ่งฉันหรือเพื่อนพยายามทำให้การเดินทางสมบูรณ์พร้อม

จองตั๋วรถที่สบายที่สุด โอนเงินจองที่พัก วางตารางการเดินทาง

ฉันยิ่งคิดถึงคืนวันสดใหม่เหล่านั้น

กับหัวใจวัยรุ่นของพวกเรา

.

.

 . 

สำหรับแท็กนี้ ใครผ่านมาอ่านแล้วสะดวกรับแท็ก เชิญตามสะดวกค่ะ

แต่ช่วยแวะมาบอกหน่อยนะคะ จะได้ตามไปดู

 

 

Tags