posted on 04 May 2008 20:39 by maneau-paab
ปี 2544 สมัยที่เรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับอ.ปาย ยังแทรกตัวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรา-เด็กชอบถ่ายภาพหกคน ตั้งที่นั่นเป็นจุดหมาย จับรถไฟออกเดินทางแบบคนไร้ประสบการณ์และไร้การวางแผน การเดินทางเองครั้งแรกเลยเริ่มขึ้นง่าย ๆ และงง ๆ แต่สดใหม่เสมอแม้ในความทรงจำ
ตอนเย็นเราตื่นเต้นกับภาพพระอาทิตย์ตกที่เห็นผ่านหน้าตางรถไฟ ค่ำคืนเราหลับใหลกลางแสงไฟสีขาวในโบกี้ ตื่นเช้าใจเราจดจ่อกับสะพานขาวที่รู้จักผ่านหน้าหนังสือ บินทีละหลา ของบินหลา สันกาลาคีรี
สะพานขาวมีความหมายไม่แพ้ปลายทางของเราในขณะนั้น เรา กับการนั่งรถไฟขึ้นเหนือครั้งแรก ทั้งอยากสบตา และเก็บภาพ แต่เมื่อความเร็วของรถบวกกับความไม่รู้อะไรของเรา ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นฟิล์มไร้ภาพในกล้องทั้งหกตัว อย่าว่าแต่จะบันทึกภาพ แม้แต่จะสบตากันยังช้าเกินไป รู้ตัวอีกทีรางเหล็กก็ทิ้งตัวคดโค้งลอดใต้สะพานขาวที่ค้อมตัวเหนือเส้นทาง แล้วขบวนรถก็ทิ้งภาพทั้งหมดไว้เบื้องหลัง
ประสบการณ์สอนเราเสมอ ราวหกวันหลังจากนั้น เมื่อรถไฟพาเรากลับบนเส้นทางเดิม การบันทึกภาพจึงง่ายขึ้น และจากวันนั้นเมื่อมีโอกาสผ่านมาอีกหลาย ๆ ครั้งฉันก็เรียนรู้กระทั่งว่าในขาไปและขากลับควรนั่งฝั่งไหน ควรเตรียมตัวตอนไหน และเมื่อรถลอดผ่านสะพานแล้ว เราควรมองย้อนไปถ่ายภาพจากด้านไหน
แต่ก็นั่นแหละ เหมือนอีกหลายเรื่อง สิ่งที่หายไปเพื่อแลกกับความรู้ที่มากขึ้นคือ จังหวะหัวใจที่เต้นแรง
posted on 27 Jan 2008 00:35 by maneau-paab
ตรงหน้าฉันคือพญานาคตัวใหญ่ จำได้ว่าเคยมีรูปถ่ายคู่กันสมัยเด็ก ตอนนั้นฉันยังตัวกะเปี๊ยก แม่จับอุ้มขึ้นไปนั่งบนแท่นหน้าพญานาคนั้น เท้าของฉันครั้งยังอายุไม่เกินสามขวบลอยอยู่ห่างจากพื้นเอาเรื่อง
แต่แท่นที่อยู่ตรงหน้าตอนฉันกลับไปอีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้เมื่อราวสามปีก่อน ไม่สูงเท่าที่เคยรู้สึก นั่งลงไป หัวเข่าชันขึ้นมาเกือบถึงอก เวลาผ่านไปนานแล้วจริง ๆ
คราวนั้นฉันเดินทางกับเพื่อนแค่สองคน เที่ยวเชียงใหม่สามวันช่วงต้นฤดูฝน และไม่ลืมขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ วันนั้นคนเยอะเพราะเป็นวันหยุด แต่ไม่ถึงกับเนืองแน่นแบบฤดูท่องเที่ยว เราขึ้นรถแดงจากในเมือง มาถึงบนนั้นเอาใกล้เที่ยง หลังกินข้าวกลางวันเสร็จ ก็เดินขึ้นบันไดที่ทอดยาวสู่ด้านบน
ฉันจำได้ว่า ครั้งหนึ่ง ในวันวัยที่ทุกอย่างบนโลกยังดูแปลกใหม่ ฉันกับน้องเคยลองนับจำนวนขั้นบันไดพวกนี้เล่น ๆ ดูเหมือนกัน ก้าวไปนับไป แต่ยังไม่ถึงปลายทางก็สับสนเสียก่อน
เมื่อเราผ่านเวลา ความตื่นเต้นแปลกตาก็ลดลง ในวันที่ค่อย ๆ ก้าวเดินไปพร้อม ๆ กับเพื่อน ผลัดกันนำหน้า ตามหลัง และหยุดหอบ เราจึงไม่ได้นับขั้นบันไดกันอีก แต่ก็ก้าวเดินด้วยจิตใจที่นิ่งขึ้น พลางมองผู้คนรอบข้าง
เด็ก ๆ เล็ก ๆ วิ่งขึ้นบันได บางครั้งก็กลับมาทำหน้าเหนื่อยหอบปนรอยยิ้ม ผู้ใหญ่ วัยรุ่น ค่อย ๆ ก้าวขึ้น เหนื่อยก็หยุดพัก หยุดถ่ายรูป หรือพูดคุยกัน
และที่อยู่ตรงหน้าเราคือคุณยายผมสีดอกเลากับย่างก้าวเชื่องช้า ทว่าสม่ำเสมอและมั่นคง
ภาพนั้นทำให้ฉันนึกถึงโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นดอยสุเทพที่บางคนเคยคิดจะสร้าง นึกสงสัยถึงความจำเป็นของมัน เขาอาจคิดถึงความสะดวกสบายเป็นหลัก หรือคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ที่อยู่ไกลจิตใจ จนหลงลืมไปว่า
กับบางเรื่อง
'ศรัทธา'
อาจสำคัญกว่ามากมาย
posted on 01 Jan 2008 01:02 by maneau-paab
วันที่ฉันถ่ายภาพนี้ไม่ใช่วันขึ้นปีใหม่
แต่ก็เป็นวันใหม่ที่ดีอีกหนึ่งวัน
ฉันนั่งอยู่ท้ายรถโฟร์วีล มุ่งหน้าสู่แม่สอด
ฟ้าเช้ามาเยือนเราอย่างเงียบ ๆ
พระอาทิตย์ปรากฎขึ้นบนเส้นทางที่มีภูเขาเป็นเพื่อน
นกบางตัวพากันออกหากิน
วันใหม่วันนั้นได้กลายเป็นวันเก่าไปแล้วในวันนี้
แต่มันยังอยู่ในความทรงจำ
กลายเป็นความทรงจำที่ดี
...
เลือกภาพนี้ส่งเป็นส.ค.ส.ถึงทุกคน
ปีใหม่นี้ ขอให้มีวันเวลาดี ๆ ที่น่าจดจำ
ขอบคุณมิตรภาพที่มีให้กันค่ะ
edit @ 1 Jan 2008 01:09:36 by มโนภาพ